Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Other Title (Parallel Title in Other Language of ETD)
บทบาทการบรรเทาของระบอบความรู้สึกของนักลงทุนต่อผลกระทบของประเภทกระแสเงินในการตัดสินใจโครงสร้างทุน (หลักฐานจากประเทศไทย)
Year (A.D.)
2025
Document Type
Independent Study
First Advisor
Narapong Srivisal
Faculty/College
Faculty of Commerce and Accountancy (คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี)
Department (if any)
Department of Banking and Finance (ภาควิชาการธนาคารและการเงิน)
Degree Name
Master of Science
Degree Level
Master's Degree
Degree Discipline
Finance
DOI
10.58837/CHULA.IS.2025.54
Abstract
This study analyzes how foreign and domestic capital flows influence the leverage of SET100 Thai non-financial firms, considering investor sentiment regimes and firm cyclicality (2013–2023). It contrasts fundamental foreign portfolio flows with speculative domestic trading turnover. Sentiment regimes powerfully amplify flow effects. Bullish domestic sentiment and high domestic turnover significantly increase leverage (sentiment-exploitation). Conversely, deteriorating sentiment and foreign outflows intensify debt reliance (stress-compensation). Domestic flows have stronger, more immediate leverage effects than foreign flows, revealing a behavioral asymmetry. Cyclical firms respond aggressively to domestic factors and sentiment, while non-cyclical firms prioritize foreign capital stability.The findings highlight the critical role of investor composition and sentiment dynamics in shaping leverage adjustments in Thailand.
Other Abstract (Other language abstract of ETD)
งานวิจัยนี้ศึกษาผลกระทบของกระแสเงินทุนจากนักลงทุนต่างชาติและในประเทศต่อการตัดสินใจโครงสร้างเงินทุนของบริษัทนอกภาคการเงินใดันี SET100 ของประเทศไทย และวิเคราะห์ว่าผลกระทบดังกล่าวถูกกำกับโดยระบอบความรู้สึกของนักลงทุนและความเป็นวัฏจักรของบริษัทอย่างไรโดยใช้ข้อมูลรายไตรมาสในช่วงปี 2013–2023 งานวิจัยแยกความแตกต่างระหว่างกระแสเงินทุนต่างชาติซึ่งสะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่อิงปัจจัยพื้นฐาน กับมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนในประเทศซึ่งเป็นตัวแทนของพฤติกรรมการเก็งกำไรของนักลงทุนรายย่อย ความรู้สึกของนักลงทุนวัดผ่านทั้งระบอบความรู้สึกคงที่ (ช่วงตลาดขาขึ้น–ขาลง) และการเปลี่ยนแปลงของดัชนีความรู้สึกนักลงทุนในประเทศ (TISI) และต่างประเทศ (MSCI EM) ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า ระบอบความรู้สึกของนักลงทุนเป็นตัวเร่งสำคัญของผลกระทบจากกระแสเงินทุน โดยในช่วงที่ความรู้สึกของนักลงทุนในประเทศเป็นบวก มูลค่าการซื้อขายภายในประเทศที่สูงขึ้นส่งผลให้ระดับหนี้ของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สอดคล้องกับสมมติฐานเรื่องการใช้ประโยชน์จากภาวะตลาดของนักลงทุนรายย่อย ในทางกลับกัน เมื่อความรู้สึกของนักลงทุนแย่ลงและมีการไหลออกของเงินทุนต่างชาติ บริษัทมีแนวโน้มพึ่งพาหนี้มากขึ้น เพื่อตอบสนองต่อภาวะตลาดทุนที่ตึงตัว ซึ่งสอดคล้องกับกลไก “ชดเชยความตึงเครียดทางการเงิน” นอกจากนี้ ผลกระทบจากกระแสเงินทุนภายในประเทศมีความแรงและรวดเร็วมากกว่ากระแสเงินทุนต่างชาติ แสดงให้เห็นถึงอสมมาตรเชิงพฤติกรรมระหว่างกลุ่มนักลงทุน ทั้งนี้ ความเป็นวัฏจักรของบริษัททำให้ผลกระทบแตกต่างกัน บริษัทวัฏจักรตอบสนองต่อกระแสเงินทุนในประเทศและการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของนักลงทุนอย่างรุนแรง ในขณะที่บริษัทไม่วัฏจักรพึ่งพาความเสถียรของเงินทุนต่างชาติมากกว่า โดยเฉพาะในช่วงตลาดขาลง โดยสรุป งานวิจัยนี้นำเสนอหลักฐานใหม่เกี่ยวกับบทบาทร่วมกันของกระแสเงินทุน ระบอบความรู้สึกของนักลงทุน และความเป็นวัฏจักรของบริษัทในการกำหนดโครงสร้างเงินทุนในตลาดเกิดใหม่ และชี้ให้เห็นความสำคัญขององค์ประกอบนักลงทุนและพลวัตของความรู้สึกต่อลักษณะการปรับตัวของเลเวอเรจในตลาดทุนไทยที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างนักลงทุนต่างชาติและรายย่อยในประเทศ
Creative Commons License

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-No Derivative Works 4.0 International License.
Recommended Citation
Sachaphimukh, Shiva, "The moderating role of investor sentiment regimes on the impact of flow types on capital structure decisions (evidence from Thailand)" (2025). Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 74878.
https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/74878