Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)
Other Title (Parallel Title in Other Language of ETD)
Evaluation of hair density and hair diameter in different scalp areas among Thai women aged 20-69 years : comparing female pattern hair loss (FPHL) with healthy individuals, analytical cross-sectional study
Year (A.D.)
2024
Document Type
Thesis
First Advisor
เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล
Faculty/College
Faculty of Medicine (คณะแพทยศาสตร์)
Department (if any)
Department of Medicine (ภาควิชาอายุรศาสตร์ (คณะแพทยศาสตร์))
Degree Name
วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต
Degree Level
ปริญญาโท
Degree Discipline
อายุรศาสตร์
DOI
10.58837/CHULA.THE.2024.766
Abstract
วัตถุประสงค์:เพื่อศึกษาความแตกต่างของความหนาแน่นและขนาดเส้นผมในบริเวณต่างๆ ของศีรษะในหญิงไทยอายุ 20-69 ปี ระหว่างผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม และผู้ที่มีผมปกติ รวมถึงศึกษาความหนาแน่นของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะในผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรม และปัจจัยที่มีผลต่อความหนาแน่นของเส้นผมในหญิงไทยอายุ 20-69 ปี วิธีการวิจัย: การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง ผู้เข้าร่วมวิจัยประกอบด้วยหญิงไทยอายุ 20-69 ปี จำนวน 382 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคผมร่วงจากพันธุกรรมในเพศหญิงจำนวน 191 คน ซึ่งยังไม่ได้รับการรักษาแบบ Ludwig และ Olsen และกลุ่มผู้หญิงที่มีผมปกติจำนวน 191 คน โดยมีการซักประวัติ ตอบแบบสอบถาม และใช้อุปกรณ์ส่องดูสภาพผิวหนังขยายสูงเพื่อประเมินพารามิเตอร์ของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะ ผลการศึกษา: การศึกษาในแต่ละบริเวณของศีรษะพบว่า ความหนาแน่นของเส้นผมในกลุ่มผู้ที่มีผมปกติและผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) โดยพบการลดลงของความหนาแน่นมากที่สุดในบริเวณฟรอนทัล พาไรทัล และเวอร์เท็กซ์ ตามลำดับ ส่วนขนาดของเส้นผมในกลุ่มผู้หญิงที่มีผมปกติและผมบางจากพันธุกรรมมีความแตกต่าง กันในบริเวณฟรอนทัล (p 0.001), พาไรทัล (p 0.007) และเวอร์เท็กซ์(p 0.002) การศึกษาในด้าน จำนวนเส้นผมต่อรูเปิดและสัดส่วนของผมเส้นอ่อนพบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.001) ในทุกบริเวณที่ศึกษา ส่วนการศึกษาในกลุ่มผู้ที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมพบว่าความ หนาแน่นของเส้นผมในแต่ละบริเวณมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติแต่ขนาดของเส้น ผมในแต่ละบริเวณส่วนใหญ่ไม่พบความแตกต่างที่มีนัยสำคัญทางสถิติและปัจจัยที่มีผลต่อความ หนาแน่นของเส้นผมที่ลดลง ได้แก่อายุและค่าดัชนีมวลกายที่สูงขึ้น (R=0.77,p=0.01)
Other Abstract (Other language abstract of ETD)
Objective: To assess hair density and shaft diameter across scalp regions in Thai women aged 20–69 years with androgenetic alopecia and normal hair, and to identify factors associated with hair density variation. Methods: A cross-sectional study included 382 Thai women: 191 with untreated AGA and 191 with normal hair. Hair density, shaft diameter, hair count per follicular unit, and percentage of miniaturized hairs were assessed using trichoscopy. Results: Hair density was significantly lower in AGA participants across all scalp regions (p<0.001), with the greatest reductions in the frontal, parietal, and vertex areas. Hair shaft diameter differed significantly in the frontal (p=0.001), parietal (p=0.007), and vertex (p=0.002) regions. Hair count per follicular unit and vellus hair proportion also showed significant differences (p<0.001) across all regions. Among AGA participants, hair density varied significantly by region, while shaft diameter differences were mostly non-significant. Higher age and body mass index were associated with reduced hair density (R=0.77,p=0.01).
Creative Commons License

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-No Derivative Works 4.0 International License.
Recommended Citation
ปฐมพาณิชย์พงศ์, ปัณณิกา, "การศึกษาความหนาแน่นและขนาดของเส้นผมในแต่ละบริเวณของศีรษะในผู้หญิงไทยอายุ 20-69 ปีที่มีภาวะผมบางจากพันธุกรรมเปรียบเทียบกับผู้ที่มีผมปกติ,การศึกษาเชิงวิเคราะห์แบบตัดขวาง" (2024). Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD). 74604.
https://digital.car.chula.ac.th/chulaetd/74604