Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Other Title (Parallel Title in Other Language of ETD)

ผลของการทำอัลตราโซนิกต่อความแข็งแรงเชื่อมขวางของวัสดุฐานฟันเทียมที่เสริมฐานด้วยวัสดุเสริมฐานอะคริลิกชนิดบ่มตัวเอง

Year (A.D.)

2020

Document Type

Thesis

First Advisor

Chairat Wiwatwarrapan

Faculty/College

Faculty of Dentistry (คณะทันตแพทยศาสตร์)

Department (if any)

Department of Prosthodontics (ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์)

Degree Name

Master of Science

Degree Level

Master's Degree

Degree Discipline

Prosthodontics

DOI

10.58837/CHULA.THE.2020.393

Abstract

This study evaluated the effect of ultrasonic treatment and surface treatments on transverse strength of denture bases which relined with auto-polymerizing acrylic resin. The study groups, ninety heat-polymerized acrylic resins (64?10?2 mm) were divided by three surface treatments: no surface treatment (N), applied MMA for 180 seconds (MM), applied MF-MA for 15 seconds (MF). They were relined with auto-polymerized acrylic resin to create 64?10?3.3 mm specimens. Then, they were divided further by ultrasonic which were no ultrasonic (X), ultrasonic in water (W), ultrasonic in 30% ethanol (E). As a result, all test groups were classified as NX, NW, NE, MMX, MMW, MME, MFX, MFW, MFE (n=10). All samples were performed three-point bending test. Two-way ANOVA presented that there was an interaction between ultrasonic and surface treatments. Then One-way ANOVA was analyzed. Ultrasonic could increase transverse strength of all relined specimens (p0.05).

Other Abstract (Other language abstract of ETD)

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาผลของการทำอัลตราโซนิก และการปรับสภาพพื้นผิวต่อความเเข็งแรงเชื่อมขวางของฐานฟันเทียมอะคริลิกเรซินบ่มตัวด้วยความร้อน ที่ได้รับการเสริมฐานด้วยอะคริลิกเรซินชนิดบ่มตัวเอง กลุ่มการศึกษาใช้อะคริลิกเรซินบ่มตัวด้วยความร้อนขนาด 64?10?2 มม จำนวน 90 ชิ้น แบ่งสุ่มตามการปรับสภาพพื้นผิวก่อนการเสริมฐานเป็น ไม่ทาสารปรับสภาพพื้นผิว (N) ทาMMA 180 วินาที (MM) และทาMFMA 15 วินาที (MF) จึงเสริมด้วยอะคริลิกเรซินบ่มตัวเองให้มีขนาดโดยรวมเป็น 64?10?3.3 มม แล้วจึงแบ่งต่อตามกระบวนการหลังการบ่มด้วยอัลตราโซนิก 3 แบบดังนี้ ไม่ทำอัลตราโซนิก (X) ทำอัลตราโซนิกในน้ำ (W) และทำอัลตราโซนิกในเอทานอลความเข้มข้นร้อยละ 30 (E) จึงมีกลุ่มชิ้นงานทั้งหมดเป็นดังนี้ NX, NW, NE, MMX, MMW, MME, MFX, MFW, MFE (n=10) ชิ้นงานทั้งหมดได้รับการทดสอบแรงดัดแบบ 3 จุด นำข้อมูลมาวิเคราะห์ความแปรปรวนสองทาง พบว่าปัจจัยเรื่องการทำอัลตราโซนิกและการปรับสภาพพื้นผิวมีปฏิสัมพันธ์กัน จึงวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวพบว่า ปัจจัยการทำอัลตราโซนิกทำให้ค่าความเเข็งแรงของชิ้นงานเพิ่มขึ้น (p0.05)

COinS