Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

Other Title (Parallel Title in Other Language of ETD)

A comparative study of retention rate between Thailand innovative and imported opaque dental pit and fissure sealant: a randomized controlled trial

Year (A.D.)

2019

Document Type

Thesis

First Advisor

ศิริพร ส่งศิริประดับบุญ

Second Advisor

พสุธา ธัญญะกิจไพศาล

Faculty/College

Faculty of Dentistry (คณะทันตแพทยศาสตร์)

Department (if any)

Department of Pediatric Dentistry (ภาควิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก)

Degree Name

วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต

Degree Level

ปริญญาโท

Degree Discipline

ทันตกรรมสำหรับเด็ก

DOI

10.58837/CHULA.THE.2019.808

Abstract

การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบอัตราการยึดติดทางคลินิกของวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันเรซินระหว่างวัสดุชนิดขุ่นแอลเอเอส (LAS-opaque) กับวัสดุคลินโปร™ (Clinpro™) การศึกษาทางคลินิกครั้งนี้ออกแบบการทดลองแบบสุ่มเปรียบเทียบภายในบุคคลเดียวกันและอยู่ในขากรรไกรเดียวกัน โดยทำการศึกษาในเด็กจำนวน 56 คน อายุ 6-9 ปี ในฟันกรามแท้ซี่ที่หนึ่งจำนวน 86 คู่ฟัน โดยสุ่มให้ฟันข้างหนึ่งเคลือบด้วยวัสดุชนิดขุ่นแอลเอเอสและอีกข้างหนึ่งเคลือบด้วยวัสดุคลินโปร™ ติดตามอัตราการยึดติดของวัสดุที่ระยะเวลา 6 และ 12 เดือน จำแนกการยึดติดเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ การยึดติดอยู่ทั้งหมด การยึดติดบางส่วน และการหลุดทั้งหมด เปรียบเทียบอัตราการยึดติดของวัสดุทั้งสองด้วยสถิติแม็กนีมาร์ (McNemar test) โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ผลการศึกษาพบว่าอัตราการยึดติดบริเวณด้านบดเคี้ยวของวัสดุทั้งสองชนิดไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) ที่ระยะเวลา 6 และ 12 เดือน โดยวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันชนิดขุ่นแอลเอเอสมีอัตราการยึดติดอยู่ทั้งหมดเท่ากับร้อยละ 75.6 และ 75.9 ที่ระยะเวลา 6 และ 12 เดือน ตามลำดับ ส่วนวัสดุคลินโปร™ มีอัตราการยึดติดเท่ากับร้อยละ 86.6 และ 77.2 ที่ระยะเวลา 6 และ 12 เดือน ตามลำดับ สรุปผลการศึกษาอัตราการยึดติดของวัสดุเคลือบหลุมร่องฟันชนิดขุ่นแอลเอเอสและวัสดุคลินโปรมีอัตราการยึดติดไม่แตกต่างกันที่ระยะเวลา 6 และ 12 เดือน

Other Abstract (Other language abstract of ETD)

The object of this study was to compare clinical retention rate of Thailand innovative opaque sealant (LAS-opaque) and imported sealant (Clinpro™). This split-mouth design clinical trial was conducted in a total of 56 children ages 6-9 years. Eighty-six pairs of erupted first permanent molars were recruited and randomized, with half receiving LAS-opaque and half Clinpro™. The retention of the sealant was evaluated at 6 and 12 months after treatment, and recorded as total retention, partial retention or total loss. McNemar test was used to evaluate differences in retention rates between two groups. The result demonstrated that there was no statistical difference in retention rates between groups at 6 and 12 months follow up (p > 0.05). In LAS opaque sealant group, 75.6% and 75.9% showed total retention at 6 and 12 months respectively. While Clinpro™ sealant group showed 86.6% and 77.2% at 6 and 12 months respectively. In conclusion, there was no significant difference in retention rates between LAS-opaque sealant and Clinpro™ at 6 and 12 months follow up.

Share

COinS
 
 

To view the content in your browser, please download Adobe Reader or, alternately,
you may Download the file to your hard drive.

NOTE: The latest versions of Adobe Reader do not support viewing PDF files within Firefox on Mac OS and if you are using a modern (Intel) Mac, there is no official plugin for viewing PDF files within the browser window.