•  
  •  
 
Chulalongkorn Medical Journal

Abstract

เหตุผลของการวิจัย : การใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัว เป็นการใช้ช่วงเวลาระหว่างสมาชิกในครอบครัวที่ก่อให้เกิดผลดี มีความสำคัญต่อสัมพันธภาพในครอบครัว อย่างไรก็ตาม ยังไม่พบการศึกษาเชิงปริมาณเกี่ยวกับการใช้เวลาที่มีคุณภาพของครอบครัวในประเทศไทยวัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัว และค้นหาปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวของนักเรียนวัยรุ่นวิธีการทำวิจัย : การวิจัยนี้จัดทำขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง ธันวาคม พ.ศ. 2557โดยรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจำนวน348 ราย ผู้เข้าร่วมการวิจัยตอบแบบสอบถาม ซึ่งประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลและแบบวัดการใช้เวลาคุณภาพในครอบครัว ใช้สถิติเชิงพรรณนาเพื่อบรรยายข้อมูลส่วนบุคคล ใช้สถิติไคสแควร์ และ Crude Odd Ratio (95%CI) ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างแต่ละตัวแปรกับการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวจากนั้นใช้การวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุเพื่อวิเคราะห์ปัจจัยทำนายการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวในระดับต่ำผลการศึกษา : นักเรียนทั้งหมด 348 ราย พบว่ามีการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวระดับต่ำ กลาง สูง จำนวน 59 ราย (ร้อยละ 16.9) 170 ราย(ร้อยละ 48.9) และ 119 ราย (ร้อยละ 34.2) ตามลำดับ เมื่อวิเคราะห์ด้วยการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุ พบว่าตัวแปรที่มีความทำนายความเสี่ยงการใช้เวลาที่มีคุณภาพในระดับต่ำ ได้แก่ ระดับผลการเรียนเฉลี่ยที่ต่ำ และสถานภาพสมรสระหว่างบิดากับมารดาเป็นแบบหย่าร้างหรือแยกกันอยู่สรุป : จากการวิจัย พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานครส่วนใหญ่มีคะแนนการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวอยู่ในระดับปานกลางและสูง เนื่องจากนักเรียนที่มีผู้ปกครองหย่าร้างหรือแยกกันอยู่ มีการใช้เวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวระดับต่ำ จึงควรส่งเสริมให้ผู้ปกครองที่เลี้ยงบุตรคนเดียวได้เรียนรู้และจัดให้มีช่วงเวลาที่มีคุณภาพในครอบครัวให้มากขึ้นการสนับสนุนทางสังคมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองเลี้ยงเดี่ยวให้สามารถจัดสรรเวลาที่มีคุณภาพสำหรับบุตรได้.

First Page

619

Last Page

630

Share

COinS