Chulalongkorn University Theses and Dissertations (Chula ETD)

ความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังทางครอบครัว กับสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 เขตกรุงเทพมหานคร

Other Title (Parallel Title in Other Language of ETD)

Relationships between family background and social studies learning achievement of mathayom suksa one students, Bangkok Metropolis

Year (A.D.)

1986

Document Type

Thesis

First Advisor

พิบูลศรี วาสนสมสิทธิ์

Faculty/College

Graduate School (บัณฑิตวิทยาลัย)

Degree Name

ครุศาสตรมหาบัณฑิต

Degree Level

ปริญญาโท

Degree Discipline

มัธยมศึกษา

DOI

10.58837/CHULA.THE.1986.289

Abstract

วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาภูมิหลังทางครอบครัวและสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในเขตกรุงเทพมหานคร 2. เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภูมิหลังทางครอบครัวกับสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียน วิธีดำเนินการวิจัย กลุ่มตัวอย่างประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 2528 ของโรงเรียนรัฐบาล ในเขตกรุงเทพมหานคร ที่ได้เรียนวิชาสังคมศึกษา ส 101, ส 102 มาแล้วจำนวน 180 คน ซึ่งเลือกโดยการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย และผู้ปกครองของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 180 คน ที่ได้คัดเลือกไว้ ผู้วิจัยได้สร้างแบบสอบเพื่อวัดสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ส 101, ส 102 ของนักเรียนกลุ่มตัวอย่างประชากร เป็นแบบสอบแบบเลือกตอบ 100 ข้อ มีค่าความเที่ยง 0.67 และแบบสัมภาษณ์ที่กำหนดตัวเลือกไว้แล้ว วิเคราะห์ข้อมูลโดยการคำนวณหาค่าร้อยละ และทดสอบค่าไคสแควร์ ( X^2) ผลของการวิจัย 1. สภาพภูมิหลังทางครอบครัวของนักเรียน บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่ มีสัญชาติไทย นับถือศาสนาพุทธประกอบอาชีพรับจ้าง มีรายได้ประมาณ 1,000 – 3,000 บาทต่อเดือน บิดา มารดาอยู่ด้วยกันนักเรียนส่วนใหญ่มีพี่น้องสี่คน และเป็นบุตรคนโต บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่ ดูแลเอาใจใส่นักเรียนเป็นอย่างดี เมื่อเจ็บป่วยพาไปหาแพทย์ พูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นในประเทศหรือในโลกและมอบหมายงานบ้านให้ทำบ้างแต่ไม่กำหนดเวลาให้แน่นอน เกี่ยวกับด้านการเรียนนั้น บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่ไม่จัดแบ่งตารางเวลาให้นักเรียนสำหรับทำการบ้านหรือทบทวนบทเรียน แต่จะตักเตือนหรือตรวจดูสมุดการบ้านเป็นบางครั้ง และเมื่อมีปัญหาทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาหรือทำการบ้านไม่ได้ ก็คอยช่วยเหลือ โดยอธิบายหลักการให้ และให้นักเรียนมีเวลาทบทวนบทเรียนเพิ่มมากขึ้น ให้กำลังใจ โดยการพูดชมเชย หรือให้รางวัลเมื่อนักเรียนประสบความสำเร็จทางการเรียน บิดา มารดา หรือผู้ปกครองของนักเรียนส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 4 แต่คาดหวังให้นักเรียนได้รับการศึกษาที่สูงกว่าตนคือ ระดับปริญญาตรี 2. สัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา นักเรียนส่วนใหญ่คือ ร้อยละ 49.44 มีสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาอยู่ในกลุ่มต่ำ รองลงมาคือร้อยละ 31.67 อยู่ในกลุ่มกลาง และส่วนน้อยที่สุดคือ ร้อยละ 18.89 อยู่ในกลุ่มสูง 3. ภูมิหลังทางครอบครัวมีความสัมพันธ์กับสัมฤทธิผลทางการเรียนวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ในเรื่องต่อไปนี้ สัญชาติ ศาสนา รายได้ สถานภาพการสมรสของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง การที่ผู้ปกครองพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ปัจจุบันที่เกิดขึ้นในประเทศหรือในโลก ความคาดหวังทางการเรียนของผู้ปกครองต่อการศึกษาของบุตร การจัดแบ่งเวลาให้นักเรียนทำการบ้านหรือทบทวนบทเรียน การช่วยเหลือเมื่อนักเรียนมีปัญหาในการเรียนและทำการบ้านวิชาสังคมศึกษาไม่ได้ และการที่ผู้ปกครองไปพบอาจารย์ที่ปรึกษาของนักเรียน และความสัมพันธ์ดังกล่าวมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ในเรื่องต่อไปนี้ การศึกษา อาชีพ ความเกี่ยวข้องของผู้ปกครองกับนักเรียน จำนวนพี่น้องในครอบครัวการกำหนดเวลาให้ทำงานบ้านตามหน้าที่ที่มอบหมาย

Share

COinS