•  
  •  
 
Chulalongkorn Medical Journal

Abstract

เหตุผลของการวิจัย : ผู้ป่วยจิตเวชจะมีความผิดปกติในด้านของความรู้สึก จิตใจ อารมณ์และหากเป็นผู้ที่สูบบุหรี่เมื่อต้องเข้ารับบริการในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นสถานที่ห้ามสูบบุหรี่ ก่อให้เกิดความอยากบุหรี่และความเครียดขึ้นทำให้ร่วมมือทางการรักษาได้น้อย จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสซีฟ สามารถช่วยลดความเครียดและความอยากบุหรี่ในบุคคลทั่วไปได้ ผู้วิจัยจึงสนใจที่จะนำวิธีการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสซีฟนี้มาทดลองใช้กับผู้ป่วยจิตเวช เพื่อลดความเครียดและความอยากบุหรี่ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพทางการรักษาผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้นวัตถุประสงค์ : 1) เพื่อเปรียบเทียบระดับความอยากบุหรี่ก่อนและหลังการฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสซีฟในผู้ป่วยจิตเวช 2) เพื่อเปรียบเทียบระดับความอยากบุหรี่ระหว่างกลุ่มที่ฝึกผ่อนคลายกล้ามเนื้อกับกลุ่มควบคุมรูปแบบการวิจัย : เป็นการศึกษาวิจัยเชิงทดลอง วัดผลก่อนและหลังทดลอง โดยมีกลุ่มควบคุมแบบสุ่มสถานที่ทำการศึกษา : โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และโรงพยาบาลรามาธิบดีตัวอย่างและวิธีการศึกษา : เก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ป่วยที่มารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอกจิตเวชและผู้ป่วยในจิตเวช โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์และโรงพยาบาลรามาธิบดีจำนวน 34 คน โดยใช้แบบสอบถาม 1. แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล 2. แบบสอบถามเกี่ยวกับการสูบบุหรี่ โดยใช้แบบทดสอบการติดนิโคตินของ Fagerstrom 3. แบบวัดระดับความอยากสูบบุหรี่(PACS – tobacco) ฉบับภาษาไทย 4. แบบวัดความเครียดสำหรับคนไทย Thai Stress Test (TST) 5. แบบวัดความรู้สึก Visual AnalogScale (VAS) 6. เทปเสียงการผ่อนคลายกล้ามเนื้อของกรมสุขภาพจิต7. เครื่องวัดสัญญาณชีพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ Fisher’s exacttest เพื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบข้อมูลส่วนบุคคลและสถิติ non –Parametric Mann – Whitney U test วิเคราะห์เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนและหลังการทดลอง การฟังเทปเสียงผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบบโพรเกรสซีฟและการฟังเทปเสียงทั่วไป ต่อความอยากบุหรี่ ความเครียดความรู้สึก 10 ด้าน และระดับสัญญาณชีพของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมผลการศึกษา : ภายหลังการทดลองพบว่าความอยากสูบบุหรี่ความเครียด และความรู้สึก 10 ด้าน ไม่มีความแตกต่างกัน (p >0.05) ระหว่างก่อนและหลังการทดลองของทั้งกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมสรุป : ผลการศึกษาของผู้ป่วยทั้ง 2 กลุ่ม ไม่มีความแตกต่างกัน ควรทำการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้นและในกลุ่มผู้ป่วยจิตเวชที่มีความจำเพาะ เช่นโรคบางโรคที่ให้ความร่วมมือได้ดีในอนาคต.

Publisher

Faculty of Medicine, Chulalongkorn University

First Page

201

Last Page

213

Share

COinS